รถยนต์ใช้ก๊าซ NGV

NGV เป็นก๊าซที่ต่างไปจาก LPG หรือก๊าซหุงต้ม เหมือนกันแค่เป็นก๊าซที่นำมาทำเชื้อเพลิงได้เท่านั้นล่ะ แต่ความปลอดภัยจากการใช้นั้น NGV ปลอดภัยกว่าหลายเท่าตัว LPG เป็นก๊าซหนัก เมื่อรั่วจะลอยเรี่ยพื้นดินในระดับต่ำ และหากบังเอิญบริเวณที่ LPG ลอยไปมีสะเก็ดไฟ เช่น มีประกายไฟจากก้นบุหรี่ มีประกายไฟจากปลั๊กไฟฟ้า หรือมีประกายไฟจากท่อไอเสียเครื่องยนต์ LPG ก็จะลุกวาบทำให้เกิดการระเบิดขึ้น ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่เมื่อหลายปีที่ผ่านมา

ส่วน NGV เป็นก๊าซเบา เมื่อมีการรั่วออกมาก็จะลอยขึ้นสู่เบื้องบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว ดังนั้นโอกาสที่จะไปพบกับประกายไฟก็มีน้อยลง นอกจากจะลอยไปพบกับหม้อแปลงไฟฟ้าบนเสาที่กำลังมีประกายไฟ การลอยขึ้นที่สูงเมื่อเกิดการรั่วนั้น ทำให้ NGV กระจายตัวด้วยแรงลมได้ง่าย ผสมปนเปกับอากาศจนเบาบางทำให้มีโอกาสเกิดอันตรายต่ำ

LPG นั้นทุกลิตรที่นำมาใช้งานในปัจจุบัน รัฐบาลต้องจ่ายเงินอุดหนุนอยู่ และ LPG เป็นก๊าซที่เกิดจากกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ซึ่งทราบกันดีว่าต้องเสียเงินซื้อมาจากต่างประเทศปีละนับแสนล้านบาท แต่ NGV นั้นขุดค้นได้ในประเทศเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อ่าวไทย เงินทองจึงรั่วไหลได้น้อย ราคาก็ต่ำกว่า ข้อเสียของ NGV ก็คือ ในเมื่อเป็นก๊าซเบาก็หมายถึงเป็นก๊าซที่มีแรงดันสูงด้วย ภาชนะที่บรรจุจึงมีราคาแพงเพราะต้องสามารถรับแรงดันสูงๆได้ หากจะใช้การขนส่งทางรถยนต์ ถังที่บรรจุต้องมีความหนามากมีน้ำหนักสูง การบรรทุกแต่ละครั้งจึงได้ปริมาณน้อย ทำให้ค่าขนส่งสูงเกินไปเป็นภาระต่อต้นทุน รวมทั้งถังที่ใช้บรรจุในรถยนต์ก็ต้องเป็นถังที่มีคุณภาพสูงด้วย

การขนส่งที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดของ NGV คือ การขนส่งทางท่อ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ความไม่ไว้ใจของประชาชนต่อระบบท่อส่งเชื้อเพลิงทำให้เกิดปัญหามากมาย ทั้งที่เรื่องนี้หากมีการเปิดเผยข้อมูลกันอย่างตรงไปตรงมาตั้งแต่แรก เมื่อ "ประชาชนมีความรู้จริงๆ" ก็ไม่น่าจะเกิดการต่อต้านหากไม่ถูกป้อนด้วยข้อมูลเท็จ

เรื่องนี้จะเห็นได้จากการวางท่อก๊าซที่มาจากแนวชายแดนพม่า ซึ่งระยะแรกนั้น ก็มีการต่อต้านด้วยเกรงว่าจะกระทบต่อสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แต่ปัจจุบันใครที่เป็นนักท่องป่าจะพบว่า หากเข้าป่าทางกาญจนบุรี และไม่พบป้ายปักบอกแนวท่อก๊าซเอาไว้ ก็แทบจะไม่มีทางทราบเลยว่าบริเวณใดบ้างที่มีท่อก๊าซถูกฝังเอาไว้ใต้ดิน ความเหมาะสมของ NGV ถูกเบี่ยงเบนไปมาก เพราะการเปิดเผยข้อมูลไม่หมดจากอดีตเป็นเรื่องที่ต้องนำมาทบทวน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่าย ปตท. ที่ปัจจุบันถูกหลายฝ่ายไม่ไว้วางใจเรื่องข้อมูลไปเสียแล้ว เช่นเรื่องผลกระทบกับการวางท่อที่เป็นเรื่องใหญ่โตเกินคาดคิดในภาคใต้ หรือเรื่องข้อดีข้อเสียจากการใช้ NGV โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความบริสุทธิ์ของ NGV ที่ใช้ อย่างเช่นในโครงการนำร่องกับรถ ขสมก. เป็นต้น วิธีการที่จะผลักดันให้ NGV เกิดได้ง่ายและดีที่สุด น่าจะหันไปใช้กับรถบัสของ บขส. เป็นจุดแรก เพราะปัญหาความร้อนของเครื่องยนต์จากการเผาไหม้จะมีน้อย เนื่องจากการใช้รถวิ่งระหว่างจังหวัดจะทำให้เกิดปัญหาความร้อนต่ำกว่าการใช้งานในเมืองที่การจราจรติดขัดในลักษณะการใช้งานแบบแท็กซี่หรือแบบ ขสมก. และการกระจายจุดเติมก๊าซของรถบัสสามารถทำได้ง่ายกว่าในระยะแรก เนื่องจากรถ บขส.มักจะมีจุดจอดที่แน่นอนอยู่แล้ว

สรุปท้ายที่สุดว่า ถึงอย่างไรผมยังอยากเห็นการนำเอา NGV มาใช้กับยานยนต์ในเมืองไทยอย่างจริงจัง ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจของประเทศและปัญหาเรื่องควันพิษจากไอเสียเป็นหลัก แต่ต้องเริ่มต้นกันอย่างรอบคอบ อย่าให้มีปัญหาหลักมาทำให้สะดุดเสียก่อนก็แล้วกัน

เสียดายของดีๆ และเวลาที่จะต้องไปเริ่มต้นย้อนหลังกันอีกหลายสิบปี แค่เริ่มต้นวันนี้ผมก็อายมาเลเซียจะแย่อยู่แล้วครับ

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


Rodthai.com Copyright © 2000. All rights reserved.