การสตาร์ทรถ

การสตาร์ทรถ ควรเริ่มจากตรวจตำแหน่งของเกียร์ ให้อยู่ในตำแหน่งเกียร์ว่าง หรือที่ตำแหน่ง N หรือ P สำหรับเกียร์ออโตเมติก และควรดึงเบรกมือไว้ด้วย

กรณีที่เป็นรถคาร์บูเรเตอร์ ให้เหยียบคันเร่งให้จม แล้วปล่อย 1 ครั้ง เพื่อให้โช้คทำงาน กรณีที่เป็นรถรุ่นเก่าที่ใช้โช้คแบบสายดึง คุณจะดึงโช้คค้างไว้ รถที่ใช้เครื่องยนต์ระบบหัวฉีด ไม่ต้องเหยียบคันเร่ง หรือดึงโช้ค จากนั้นให้สตาร์ตเครื่องยนต์โดยบิดสวิตช์กุญแจไปที่ตำแหน่ง START และปล่อยให้สวิตช์คืนกลับเอง เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้ว

ควรปล่อยให้เครื่องยนต์ติดอยู่เพื่อ เป็นการอุ่นเครื่องสักพักแล้วจึงปลดเบรกมือ และขับออกไป อย่างช้า ๆ สำหรับรถที่ใช้โช้คสายให้กดสวิตช์โช้คคืนที่เดิม ช่วงที่เครื่องยนต์เพิ่งติดใหม่ ๆ ไม่ควรเร่งเครื่องยนต์รุนแรง เพราะจะทำให้เครื่องยนต์รถคู่ใจของคุณสึกหรอมากกว่าปกติ อันเนื่องมาจากการหล่อลื่น และการขยายตัวของชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ยังไม่เข้าที่

หากสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วยังไม่ติด ควรใช้วิธีสตารทตช่วงสั้น ๆ เป็นจังหวะ สตาร์ตเครื่องแต่ละครั้ง ไม่ควรแช่ไว้เกิน 10-15 วินาที เพราะการสตาร์ทยาว ๆ จะทำให้เปลืองไฟ และมอเตอร์ สตาร์ทอาจเสียหายได้ ถ้ายังสตารท ต้องตรวจเช็ก และแก้ไขปัญหาก่อน

กรณีคุณจอดรถทิ้งไว้หลาย ๆ วัน แน่นอนว่า คุณจะสตาร์ทรถติดยากกว่ากรณีข้างต้น ให้ตำแหน่งเกียร์รถอยู่ที่เกียร์ว่าง และดึงเบรกมือขึ้นเช่นเดียวกับที่ได้กล่าวมาแล้ว สำหรับเครื่องยนต์คาร์บูเรเตอร์ให้เหยียบคันเร่งให้มิดแล้วปล่อยประมาณ 2-3 ครั้ง เพื่อเพิ่มส่วนผสมไอดีให้เพียงพอ และง่ายต่อการติดเครื่อง สำหรับที่ใช้เครื่องยนต์แบบปั๊มไฟฟ้า ให้บิดกุญแจมาตำแหน่ง "ON" ค้างไว้ประมาณ 3-5 วินาที เพื่อให้ปั๊มทำการปั๊มน้ำมัน เข้าคาร์บูเรเตอร์ แล้วกดคันเร่ง 2-3 ครั้ง แต่ถ้าเป็นระบบหัวฉีดก็ไม่ต้องกดคันเร่ง

การสตาร์ทเครื่องยนต์ในกรณีนี้ คุณไม่ต้องเหยียบคันเร่งช่วยในช่วงที่หมุนกุญแจไปตำแหน่ง "START" เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้วสักพักให้ย้ำคันเร่งประมาณ 1-2 ครั้ง เพื่อให้เครื่องยนต์กลับสู่ ความเร็วรอบเดินเบาปกติ เป็นการตัดการทำงานของโช้คแบบอัตโนมัติ จากนั้นปล่อยให้ เครื่องยนต์เดินเบา เพื่ออุ่นเครื่องยนต์สักพักจึงจะเริ่มออกรถ สำหรับรถที่ติดเทอร์โบ เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ติดแล้ว ให้ปล่อยเครื่องยนต์เดินเบา ที่สำคัญคือ ห้ามย้ำคันเร่ง หรือเร่งเครื่องยนต์รุนแรงขณะที่อุ่นเครื่องยนต์ จะช่วยรักษาเครื่องยนต์ให้ใช้ได้นานยิ่งขึ้น


Rodthai.com Copyright © 2000. All rights reserved.