|
รีไฟแนนซ์รถยนต์... มีแต่เสียกับเสีย
....................เห็นดอกเบี้ยต่ำๆ
อย่างนี้ ใครที่กำลังผ่อนรถอยู่ อาจจะคิดถึงการขอเงินกู้ใหม่ เพื่อมาชำระหนี้รถที่คงค้างอยู่บ้าง
....................แต่ใครก็ตามที่กำลังจะนำรถใช้แล้วไปขอสินเชื่อใหม่
อาจจะต้อง "คิดใหม่" ถ้าการขอสินเชื่อครั้งนี้เป็นการรีไฟแนนซ์
เพราะเงื่อนไขในการ "ปิดบัญชี" สินเชื่อรถยนต์ก่อนกำหนดนั้น
....................ลูกหนี้ยังคงต้องจ่ายดอกเบี้ยตามสัญญากู้เดิม
.....................เท่ากับว่า ลูกค้าจะต้องจ่ายดอกเบี้ยซ้ำซ้อน
ทั้งดอกเบี้ยที่เกิดจากสัญญากู้ใหม่ และดอกเบี้ยคงเหลือตามสัญญากู้เดิม แถมยังต้องจ่ายเป็นเงินก้อนครั้งเดียวสำหรับดอกเบี้ยที่เกิดจากสัญญากู้เดิม
.....................ถ้าโชคดีลูกค้าอาจจะได้รับส่วนลดบ้าง
สำหรับดอกเบี้ยคงเหลือตามสัญญากู้เดิม ซึ่ง "ส่วนลด" ที่ลูกค้าได้รับ
เมื่อปิดบัญชีเงินกู้ก่อนกำหนดนั้นส่วนใหญ่จะคิดตามระยะเวลาผ่อนชำระที่ชำระแล้ว
คือ ถ้าผ่อนชำระเงินงวดไปได้ไม่กี่งวด ส่วนลดดอกเบี้ยจะสูง
.....................แต่ถ้า จำนวนเงินงวดที่ต้องผ่อนชำระเหลือน้อยงวด
ส่วนลดดอกเบี้ยจะน้อยด้วย ขณะที่บางค่ายกำหนดส่วนลดไว้ที่ 50% ของดอกเบี้ยคงเหลือ
ไม่ว่าจะผ่อนชำระมาแล้วกี่งวดก็ตาม
.....................แต่ท้ายที่สุด ลูกค้าก็ยังคงต้องจ่ายดอกเบี้ยอยู่ดี
ทั้งนี้เป็นผลมาจากการคิดดอกเบี้ยแบบ Flat Rate ในระบบสินเชื่อรถยนต์
......................ดังนั้น ก่อนที่จะปิดบัญชีสินเชื่อเดิม
เพื่อนำรถไปใช้สินเชื่อใหม่ ลูกค้าต้องคำนวณว่า หลังจากหักส่วนลดดอกเบี้ย
หรือบวกเบี้ยปรับเพิ่มตามเงื่อนไขของการปิดบัญชีสินเชื่อก่อนกำหนด ดอกเบี้ยคงเหลือตามสัญญากู้เดิมจะเป็นเท่าไหร่
..................จากนั้นคำนวณดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นจากการกู้ใหม่
เพื่อนำมาหาส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น จากทั้ง 2 กรณี คราวนี้ล่ะถึงจะรู้ว่า
คุ้มหรือไม่
..................แต่ที่แน่ๆ ถ้าจะรีไฟแนนซ์รถยนต์
เพียงเพราะเห็นว่า ดอกเบี้ยใหม่ต่ำกว่า และหวังจะจ่ายดอกเบี้ยถูกลง ถือว่าเป็นการคิดที่ผิด
เพราะนอกจากจะต้องจ่ายดอกเบี้ยซ้ำซ้อนแล้ว ยอดเงินและระยะเวลากู้ใหม่ ยังอาจลดลงตามสภาพและอายุรถที่เพิ่มขึ้น
ที่สำคัญคือ มีหนี้เพิ่มขึ้น เช่น
.......................สัญญากู้เดิม ตามสภาพรถใหม่ป้ายแดง
(เมื่อปี 1999) วงเงินสินเชื่อ 3.5 แสนบาท ดอกเบี้ย 10.75% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ
48 เดือน อัตราผ่อนชำระเงินต้นรวมดอกเบี้ยประมาณเดือนละ 10,427 บาท หลังจากใช้รถมาแล้ว
3 ปีเศษๆ คงเหลือเงินที่ต้องผ่อนชำระอีก 10 งวด เป็นเงินต้นประมาณ 72,917
บาท ดอกเบี้ยประมาณ 31,354 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 104,270 บาท (ไม่รวม
VAT)
........................คิดในแง่ที่เป็นประโยชน์กับผู้กู้มากที่สุด
คือรับส่วนลด 50% ของดอกเบี้ยคงเหลือ เท่ากับต้องจ่ายดอกเบี้ยฟรีๆ ทันทีที่ปิดบัญชีประมาณ
15,677บาท
........................แต่ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ
เกิดขึ้นอีก ณ วันที่ทำสัญญากู้ใหม่ เช่น ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ค่าธรรมเนียมในการโอนรถ
อากรแสตมป์ ค่าตรวจสภาพรถ ฯลฯ รวมๆ แล้วเกือบๆ 3 หมื่นบาท ซ้ำร้ายไปกว่านั้นบริษัทที่รับรีไฟแนนซ์จะ
"ไม่ยอม" ให้ลูกค้าจ่ายเงินสดทุกกรณี แต่จะนำภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ไปหักออกจากเงินกู้ยอดใหม่
.........................วิธีนี้ทำให้ลูกค้าต้องกู้เงินเพื่อชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ
เหล่านี้ได้ด้วย โดยปริยาย
.........................สำหรับการชำระค่าเบี้ยประกันภัยชั้น
1 มีเงื่อนไขเพิ่มขึ้นตรงที่รถรีไฟแนนซ์จะต้องทำประกันภัยชั้น 1 ในปีแรกทุกคัน
หากประกันภัยชั้น 1 ที่ติดมากับรถยนต์เหลือระยะเวลาในการคุ้มครอง 6 เดือนหรือน้อยกว่านั้น
.........................แต่ถ้าความคุ้มครองตามกรมธรรม์เดิมเหลือมากกว่า
6 เดือน หรือในกรณีที่ลูกค้าเลือกที่จะซื้อประกันภัยโดยไม่ผ่านบริษัทที่รับรีไฟแนนซ์
ลูกค้าจะต้องจ่ายเงินให้กับบริษัทที่รับรีไฟแนนซ์นั้นๆ (เพื่อเป็นค่าธรรมเนียมตามที่บริษัทรับรีไฟแนนซ์อ้าง)
มากน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนเบี้ยประกันภัยที่จ่าย และระยะเวลาคุ้มครองที่เหลืออยู่
..........................บริษัทที่รับรีไฟแนนซ์บางแห่งยังหักเงินงวดแรก
(เงินต้น+ดอกเบี้ย) ที่ต้องผ่อนชำระจากลูกค้า 1 งวดก่อน ณ วันที่อนุมัติเงินกู้
...........................เพราะฉะนั้น...รีไฟแนนซ์แล้วจะเหลือเงินสักกี่บาทกันเชียว
...........................จากรถคันเดิม หลังจากผ่านการใช้งานมา
3 ปีเศษๆ วงเงินสินเชื่อใหม่ 2.8 แสนบาท ดอกเบี้ย 7.5%ต่อปี เลือกผ่อนชำระ
36 เดือน อัตราผ่อนชำระเงินต้นรวมดอกเบี้ยประมาณเดือนละ 9,527 บาท (ยังไม่รวม
VAT)
...........................หลังรีไฟแนนซ์รถแล้ว
จะเหลือเงินสดรับจริงๆ เพียงประมาณ 2.2 แสนบาทเศษๆ และการเป็นหนี้นานขึ้นอีก
3 ปี
............................ฉะนั้น ถ้าไม่มีความจำเป็นต้องการใช้เงินเพิ่ม
ก็ไม่ควรก่อหนี้เพิ่ม ..โดยเฉพาะการปิดบัญชีเงินกู้รถก่อนครบกำหนด
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ เศรษฐกิจการเงิน
Close
|