ข้อแนะนำ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ต่อไปนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อพึงปฏิบัติในการขับรถให้ปลอดภัย ถ้าท่านจำได้ในขณะขับรถทุกครั้ง หรือลองปฏิบัติดูเมื่อมีโอกาส อาจจะเป็นประโยชน์ต่อท่าน ช่วยให้ท่านสามารถหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุในขณะขับรถได้ไม่มากก็น้อย

- เบรคแตก อาการของเบรกแตก คือ เมื่อเหยียบเบรกแล้ว คันเหยียบเบรกจมหายไป รถยังไม่หยุด อย่าตกใจ ให้แก้ไขโดยใช้เกียร์ต่ำในทันที หากจวนตัวมาก อาจเปลี่ยนจากเกียร์ 4 มาใช้เกียร์ 2 เลยก็ได้ แล้วดึงเบรกมือช่วยพร้อมกับประคองพวงมาลัยรถให้อยู่ในบังคับ เพื่อหลบหลีกรถคันอื่นๆ ได้

- ยางแตกหรือระเบิด อาการของยางแตกเพราะตะปูตำหรือยางรั่วด้วยสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง ยางจะค่อยๆ แบนลง พวงมาลัยของรถจะหนักหรือกินไปทางด้านนั้น วิธีแก้ต้องรีบเบารถทันทีโดยเปลี่ยนเกียร์ลดลงเรื่อยๆ เพื่อให้เครื่องชะลอรถให้ช้าลง ในขณะที่รถ ยังมีความเร็วสูงอยู่ อย่าเหยียบเบรก ต่อเมื่อรถช้าลงมากแล้ว ค่อยเหยียบเบรกโดยแตะเบาๆ แล้วแอบเข้าข้างทาง เพื่อรอเปลี่ยนยางต่อไป

- ขับรถขณะฝนตกหรือถนนลื่น ควรชะลอความเร็วของรถให้ช้าลงกว่าปกติ และทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากขึ้น เมื่อจะต้องหยุดรถ พยายามเปลี่ยนมาใช้เกียร์ต่ำเพื่อช่วยชะลอรถ อย่าเบรกโดยกะทันหันหรือหักพวงมาลัยรถอย่างฉับพลัน เพราะอาจทำให้รถปัดหรือหมุนได้
เมื่อขับรถผ่านถนนที่มีน้ำท่วมหรือน้ำขัง น้ำอาจเข้าเบรกทำให้เบรกไม่อยู่ ควรขับช้าๆ ด้วยเกียร์ต่ำ เมื่อผ่านมาแล้วควรลองเบรกว่าอยู่หรือไม่ โดยเหยียบเบรกหลายๆ ครั้ง เพื่อไล่น้ำจนกระทั่งมั่นในว่าเบรกใช้ได้ตามปกติ

- การขับรถขึ้นเขา, ขึ้นเนินสูง และการขับรถลงเขา หรือขึ้นสะพาน ขณะขับรถขึ้นที่สูงเครื่องยนต์ทำงานหนัก เพราะความสูงของถนนที่ลาดชันขึ้นจะมีแรงฉุด ฉะนั้นเวลาขับรถขึ้นเขาควรใช้เกียร์ต่ำ ไม่ควรใช้เกียร์สูงเพราะรถจะไม่มีกำลัง ในกรณีที่จอดรถหรือหยุดรถบนเนิน ถ้าเป็นรถหนักหรือรถบรรทุกต้องใช้ไม้หนาๆ หนุนล้อทั้ง 4 ไว้เพื่อป้องกันรถไหลลงเขา

- การขับรถลงเขา, ลงเนินสูง และลงสะพานสูงๆ ความเร็วของรถจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อาจเกิดอันตรายได้ง่าย ฉะนั้น ต้องลดเกียร์ต่ำลง ถ้าเครื่องยนต์ดับ ให้เหยียบเบรก และดึงเบรกมือ แล้วใช้ไม้หนุนล้อทั้ง 4 ล้อไว้เพื่อป้องกันรถไหลลง
ห้ามแซง ขณะขับรถขึ้น-ลงเขา, ขึ้น-ลงเนินหรือสะพานสูงๆ เพราะมองไม่เห็นรถที่สวนมา

- เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือรถเสีย ให้นำรถจอดแอบข้างทางหรือเข็นไปจอดในที่ๆ มีแสงสว่าง ที่จะให้รถผ่านไปมาเห็นได้ชัด และต้องเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน หรือไฟเหลืองกระพริบเตือนให้รถอื่นเห็น หากไฟฉุกเฉินเสีย ให้ใช้ไฟฉายหรือจุดโคมไฟ หรือถ้าจำเป็นให้ใช้กิ่งไม้กองไว้ห่างจากด้านหน้าและด้านหลังรถพอควร เพื่อเตือนให้รถที่วิ่งผ่านไปมาได้เห็น (ถ้าเป็นกลางคืน อาจใช้กิ่งไม้ก่อเป็นกองไฟห่างจากหน้ารถและหลังรถพอสมควร แต่ระวังเรื่องควันไฟจากการจุดกองไฟด้วย)

- เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุชนกัน กรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถขวางอยู่กลางถนน หรือผิวการจราจร ไม่สามารถนำรถแอบเข้าข้างทางได้ ผู้ขับขี่หรือผู้ประสบเหตุต้องให้สัญญาณเตือนแก่รถที่ผ่านไปมา ห่างจากจุดเกิดเหตุพอสมควร ถ้าเป็นเวลากลางคืนต้องให้สัญญาณไฟ และรีบแจ้งบริษัทประกันภัยหรือประกันภัยจังหวัด, ตำรวจ, ตำรวจจราจร หรือตำรวจทางหลวงมาปิดการจราจรหรือคอยให้สัญญาณจราจร

ที่มา : คู่มือประจำรถ ร.ย.ส.ท.


Rodthai.com Copyright © 2000. All rights reserved.